วันนี้พาไปแนะนำที่ทานอาหารใน Gokulam กันบ้าง ที่ที่จะพาไปดูวันนี้คือร้านของ Anu ครับ เดินไปได้จาก shala ซึ่ง shala เนี่ยตั้งอยู่บนหัวมุมของถนน 8th cross กับ second main ตัดกันอยู่ ก็เดินจาก second main ขึ้นไปซัก 300-400 เมตรได้มั๊ง ก็จะเจอร้านของ Anu ตามภาพข้างล่าง
Downstair is an internet cafe. Usually there is a queue of people wating to use the internet. If you want to eat, just walk up the stair outside of the building to the second floor. There is a bamboo hut with 3 tables inside which could sit around 20 people comfortably.
พอมาถึงแล้วข้างล่างจะเป็น internet cafe ครับ ใครไม่ได้เอาคอมมาก็มาเล่นเน็ตได้ที่นี่ จะเห็นคนนั่งรอคิวกันอยู่ แต่ถ้าจะทานอาหารก็เดินขึ้นบันไดด้านนอกขึ้นไปชั้นสองได้เลย ข้างบนจะมีคล้าย ๆ เรือนไม้ไผ่ครับ มีโต๊ะให้นั่งกับพื้นอยู่ 3 ตัว ก็นั่งได้ซักประมาณ 20 คน
Anu's kitchen open twice for lunch at 1pm and dinner at 5pm. The food is buffet style and cost 80 rupee per person. Here is some of the vegetable dish.
สำหรับที่นี่ก็เปิดให้ทานอาหารวันละ 2 เวลา คือมื้อเที่ยงประมาณบ่ายโมง และ มื้อเย็นประมาณห้าโมงเย็น อาหารก็เป็น buffet ครับ หัวละ 80 รูปี (ประมาณ 68 บาท) เริ่มต้นภาพด้วยรูปของเมนูผักต่าง ๆ
Some dal and curry. All of them is vegetarian dish. The food may look deceptively simple. But it tastes amazing!
แล้วก็มี dal กับแกงต่าง ๆ ซึ่งอาหารทุกอย่างเป็นมังสวิรัติครับ ดูรูปแล้วอาจจะดูธรรมดา ๆ แต่กินเข้าไปแล้ว อร่อยมาก ๆ ขอบอก
Rice, chutney and chapati in the pot.
ข้าว ชัทนี่ แล้วก็ชาปาติอยู่ในหม้อที่เห็นครับ
And this is the highlight. The chocolate banana cake that everyone talk about. This menu and drink cost extra.
อันนี้เป็นไฮไล้ท์ครับ เค้กกล้วยผสมช็อกโกแลตครับ อร่อยดีครับ แต่มันอาจจะไม่ได้อร่อยเหมือนเค้กที่เรากิน ๆ กันนะ เพราะรู้สึกว่าเค้กจะเป็น vegan คือไม่ใส่ทั้งไข่และนม แต่คนที่นี่ชอบกันมาก ๆ เลย สำหรับเมนูนี้และพวกเครื่องดื่มต่าง ๆ ไม่รวมอยู่ในราคา buffet นะครับ ต้องสั่งเพิ่มต่างหาก
About my practice, there is really nothing much to talk about. I felt soreness all over my body the past few days. That must be from overexertion on my practice earlier in the week when I was still fresh. So again no real breakthrough in my practice. On Friday, I arrived early again for my led class. The earlier class was still at Trieng Mukha Eka Pada Pachimotanasana. So I got to see them practice. Watching a few authorized or certified teachers practice in this class really humble you a lot. It make me reallize I have so much to work on in my primary series practice. The class before me has noticeably less people. There is no people in the last row. All other row has maybe 8-9 students (normally it is 12). But my class is full as usual. Today I was surrounded by second-series practitioner. But I think I do quite well in class today.
เกี่ยวกับเรื่องการฝึก ก็ไม่มีอะไรมากครับ เมื่อวานกับวันนี้เนี่ยรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว น่าจะเกิดมาจากวันแรก ๆ ของสัปดาห์แรงเยอะก็เลยเต็มที่กับการฝึก เลยส่งผลมาถึงวันหลัง ๆ ที่จะปวดเมื่อยและหมดแรง วันนี้วันศุกร์ก็ led class ตามปกติ วันนี้ก็ไปเร็วอีก class เริ่มเจ็ดโมงครึ่งแต่ไปถึงตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง เหตุที่ต้องรีบไปเพราะจะได้ไปนั่งรอข้างในได้ ไม่งั้นไปช้าที่นั่งรอข้างในไม่มี ต้องมานั่งข้างนอก มันหนาว แล้วก็ได้ถือโอกาสนั่งดูคลาสก่อนหน้าฝึกไปด้วย ซึ่งตอนไปถึงคลาสนี้เพิ่งถึงแค่ Trieng Mukha Eka Pada Pachimotanasana คลาสก่อนหน้านี่ดูโล่ง ๆ ไปแฮะน่าจะมีคนไม่ถึง 50 คน ซึ่งปกติจะจุได้ถึง 60 ได้เห็น authorized และ certified teacher ฝึกแล้ว ก็ทำให้เรารู้ว่าอืมมีหลาย ๆ อย่างที่เราต้องปรับปรุงในการฝึกของเราเอง พอถึงคลาสตัวเองเข้าไปกับคนเต็มแฮะ แทบไม่มีที่ว่างเลย วันนี้ถูกล้อมรอบด้วยนักเรียนที่ปกติวันอื่นเขาฝึก second series (ทาริคมาอยู่ข้างหลังอีกแล้ว ตัวก็สูง กินที่จริง ๆ เลย) ตอนแรกรู้สึกกดดันเหมือนกันนะ แต่ฝึก ๆ ไปแอบคิดในใจ อืมเราก็ใช้ได้นะ ดูกลมกลืนกับเขาไปได้เหมือนกัน 5555 วันนี้รู้สึกว่าจะมีแค่อาร์ตกับคนญี่ปุ่นอีกคนนึงที่เป็นผู้ชายเอเชีย ไม่ค่อยมีตี๋ ๆ เลยนะ มีแต่ฝรั่ง แต่นะอยู่มาสองอาทิตย์กว่า ๆ จากปกติที่ไม่ค่อยชอบฝรั่ง แต่ตอนนี้ดู ๆ ไปก็อืมดูใช้ได้หลายคน แถมฝึกในชุดกางเกงขาสั้นแนบเนื้อ เป็นการฝึก driste ไปในตัวเลย 55555 แต่ที่นี่ไม่เหมือนแอบโซลูทนะ ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นชายแท้ เป็นการเปิดโลกทรรศว่าไม่ได้มีแต่เกย์ที่ฝึกโยคะ
เอาหล่ะ เพ้อเจ้อ ไร้สาระ มามากพอแล้ว วันนี้พอแค่นี้แล้วกันนะ แต่ชักมีคนบ่นว่าอยากให้ up blog บ่อย ๆ กว่านี้ แต่ก็นะ ชักเริ่มมีความรู้สึกว่าไม่รู้จะเขียนอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่ฝึกแล้ว (วันนี้เลยไร้สาระมากเป็นพิเศษ 5555) ยังไงก็จะพยายามแล้วกันนะ แล้วเจอกันครับ
No comments:
Post a Comment